เอ่อ.. รบกวนขอโพส ปรึกษาเรื่อง คาร์แคร์ หน่อยนะคับ..

การสนทนาใน 'Racing Forum' เริ่มโดย กำลังหัดเดิน..., 23 กุมภาพันธ์ 2009

    เพื่อนๆพี่ๆคนไหน ทำธุรกิจนี้ช่วยผมทีนะครับ พอดีไม่มีประสบการและอยากได้เพื่อนใหม่ๆ ถามผิดถูก ถ้าไม่เข้าใจก็ขออภัยนะครับ มือใหม่จริงๆครับ :( หรือใครชอบบริการแบบไหน แนะนำกันได้ตามสบายนะครับ ขอเริ่มคำถามแรกคือ

    1.เฟรนชายส์ (เช่น แมกไกว พินาเคิล หรืออื่นๆก็ดีครับ :D)
    กับความสำคัญของอุปกรณ์และเครื่องมือ ที่ต้องใช้ของแบรนตัวนั้นๆ รวมถึงตัวน้ำยา อยากรู้ความต่างของเรื่องคุณภาพและราคา (ราคาคร่าวๆก็ได้นะครับ :) ) ระหว่างการซื้อแบรนกับแบรนเรา ขออภัยนะ ถามกว้างไปนิดนึง ตอนนี้กำลังคิดเรื่องนี้อยู่ ยังเลือกไม่ถูก เพราะทำเลผมค่อนข้างนอกเมือง และเป็นที่เช่าคนรู้จัก สัญญาประมาณ3ปี ประเด็นหลักเลย พึ่งจะลองทำ ลงอะไรมากไม่ได้ด้วยครับ - -ไม่อยากพลาด เดี๋ยวล้มดัง แต่ก็ให้เบาที่สุดก็โอเคครับ

    2.พนักงานและระบบภายใน (เช่น พนักงานขัดเคลือบและระบบหน้าที่ในโซนต่างๆ)
    ส่วนใหญ่ที่นิยม หรือตามความชอบ ลูกน้องที่เน้นๆควรหาจากข้างนอกหรือป่าว จิงๆคิดว่าไม่มีอะไรมาก แต่ก็กลัวๆอยู่ เพราะเราเองก็ไม่เชี่ยวนัก ชม.บินต่ำจริงๆ ควรหาคนหลักๆที่เป็นและสามารถคุมคนได้ ต้องประมาณกี่คน อย่างสมมุติ เอาแต่ฝั่งแห้ง เช็ดและขัดเคลือบ ตามที่เค้านิยมกัน ขอเอาร้านขนาดกลางนะครับ (เริ่มแรก)


    *ขอเท่านี้ก่อนนะครับ หรือถ้าใครไม่สะดวกตอบในนี้ทิ้งเบอร์หรือเมลล์ไว้ก็ได้นะคับ ขอบคุณครับ ยินที่รู้จักนะครับ*

    *ไม่ล็อกอินไม่ว่ากันนะครับ* :)
     
  1. boy2L

    boy2L New Member Member

    444
    13
    0
    ผมก็อยากรู้ด้วยคนครับ กะลังจะทำเหมื่อนกันครับ
     
  2. gri

    gri New Member Member

    1,163
    26
    0
    คาร์แคร์เน้นคนเป็นหลักครับ
    ถ้าเครื่องมือดี ของราคาแพง แต่คนทำไม่ละเอียด ไม่ใส่ใจ

    ร้านก็อาจจะเจ๊งได้

    เวลาผมเข้าคาร์แคร์ ผมอยากสบายทั้งรถทั้งคนนะครับ
    และผมจะชอบมาก ถ้ามีคนบริการดีๆ มีคนมารับรถเราไวๆ
    มีที่พักลูกค้าดีๆ มีเก้าอี้ให้เอนนอนรอได้

    บางที่ที่ผมไป มันให้ผมนั่งรออยู่ในรถเป็น 5 นาที
    ไม่มีใครมาสนใจ มาต้อนรับเลย ราคาค่าล้างก็แพงกว่าเขาอีก
    อยากจะตะโกนถามมันจริงๆ "เมิงจะเอาตังค์กูมั้ย"

    คาร์แคร์เป็นงานบริการลูกค้าที่ มีเงิน มีความละเอียด ชอบสะอาด
    ถ้าจุดใดจุดหนึ่งมันไม่ดี ก็อาจจะพาลจนเสียทั้งร้านได้

    ผมไม่ได้ทำธุรกิจคาร์แคร์ แต่ผมก็เข้าไปหลายที่
    เท่าที่แอบไปสังเกตดู ปัญหาที่เจอบ่อยๆเลย คือ

    1.คุมคนทำไม่ได้ บางคนทำแบบไม่ใส่ใจ
    มีบางครั้งที่ผมก็อยากจะไปชกคนทำเหมือนกัน ด้วยความรักรถ

    2.ใหม่ๆก็ดี แต่หลังๆเริ่มแย่ คุมมาตรฐานไม่อยู่
     
  3. lancerck4

    lancerck4 New Member Member

    2,280
    52
    0
    ถ้าจะเลือกเฟรนชายต้องดูทำเลนิดนึงว่าแถวนั้นคนแถวนั้นหรือหมู่บ้านแถวนั้นระดับไหน

    ถ้าระดับกลางๆๆคุณเอาเฟรนชายดีๆๆไปก้อไม่มีคนกล้าเข้าอ่ะ ต้องลองสำรวจดูก่อน

    เฟรนชายบางยี่ห้อก้อแพง บางรายก้อถูกต้องลองถามเอาดูราคาผมไม่รู้แต่บางรายหลักแสนแน่ๆ


    ส่วนลูกน้องไม่รู้อ่ะ รู้สึกพวกเฟรนชายจะมีให้เราเอาคนของเราไปอบรมให้นะ
     
  4. boy2L

    boy2L New Member Member

    444
    13
    0
    ใครมีความเห็นอีกบ้างครับ
     
  5. CARINA

    CARINA Well-Known Member VIP

    6,060
    164
    63
    อยากทำเหมือนกันครับ อยากได้แถว คลอง 3
     
  6. TolvlT

    TolvlT New Member VIP

    55
    1
    0
    คำถามมันกว้างไปมาก ๆ ครับ

    แต่ถ้าพูดแบบตรง ๆ เลยนะครับ (หวังว่าไม่โกรธกันนะ)

    การจะทำธุรกิจเนี่ย มันไม่ได้มีสูตรสำเร็จครับ ว่าจะทำแล้วดี รุ่ง รวย หรือเจ๊ง แต่เท่าที่อ่านดู นั่นคือคุณยังไม่ได้ทำ แค่ศึกษา ผมแนะนำ คุณควรหาความรู้ เยอะมาก ๆ สำหรับทุกธุรกิจที่คุณจะทำ เพราะทุกธุรกิจ บอกได้อย่างเดียว ว่ามั่วไม่ได้ ถ้ามั่วไป เจ๊งแน่นอนครับ แล้วการคิดแบบต้องการลงทุน แบบให้เจ็บน้อยที่สุด ผมบอกได้เลยครับ นอนคิด ไม่ต้องทำอะไร จะเจ็บน้อยที่สุดครับ ความคิดไม่เสียเงินครับ การลงทุน แน่นอน ว่ามีความเสี่ยง คุณต้องยอมรับมันให้ได้ กล้าที่จะต้องลงกับภาพลักษณ์ และประสิทธิภาพในการทำงานครับ

    ก่อนที่จะคิดที่เข้ามาในธุรกิจนี้ ให้คิดก่อนครับ ว่าคุณมีจุดเด่นอะไร ที่จะดึงลูกค้าให้เข้ามาหาคุณ และทำยังไงให้เค้าอยู่กับคุณตลอดไป

    1. ทำเล
    2. ราคา (ซึ่งแปรผันตามคุณภาพ ไม่จำเป็นต้องถูกเสมอไป)
    3. ผลิตภัณฑ์ (ร้านคาร์แคร์ ในความคิดผม ผลิตภัณฑ์หลัก คือการบริการครับ ผลิตภัณฑ์รองคือ พวกน้ำยา อุปกรณ์ครับ)
    4. ช่องทางในการเข้าถึงลูกค้า สายสัมพันธ์ของคุณกับคนแถวนั้น การที่คุณรู้จักพฤติกรรมของคนแถวนั้นดี จะได้เปรียบคู่แข่งพอสมควร


    หลักการทำธุรกิจร้านคาร์แคร์นั้น มีอยู่ 2 แบบครับ

    1. แบบซื้อเฟรนไชส์ อันนี้ เหมาะสำหรับ ลูกเศรษฐี หรือแบบพอมีเงิน แต่ไม่มีเวลาขวนหวายหาความรู้ ต้องการลงทุน เพราะคนที่เค้าขายเฟรนไชส์ จะจัดให้คุณทุกอย่าง ซึ่งอันนี้แล้วแต่เลยครับ ว่าคุณจะเสกร้านคุณให้ใหญ่ขนาดไหน เค้าจะจัดการให้คุณทุกอย่าง

    2. แบบทำเอง (Standalone) อันนี้คือ คุณอาจมีเพื่อน ญาติ หรือมีคนช่วยแนะนำเอง โดยน้ำยาที่คุณใช้ไม่ได้ผูกขาดกับบริษัทใด ๆ ทั้งสิ้น แต่คุณจะไม่ได้ความรู้ในการจัดการ หรือความรู้เรื่องานฝีมือจากเขาเช่นกัน

    เรื่องงบประมาณ

    1. การก่อสร้าง อันนี้หนักสุด เพราะมันเป็นหน้าตาของร้านคุณ
    2. ลงทุนด้านอุปกรณ์ การมีอุปกรณ์ดี ๆ ทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น งานของคุณก็ง่ายขึ้นด้วยเหมือนกัน
    3. ลงทุนเรื่องน้ำยา เพราะสมัยนี้ เค้าไม่ได้แค่ล้างรถอย่างเดียวแล้วครับ มีอย่างอื่นให้ทำควบคู่ไปอีกเยอะแยะ


    ผมลองพูดคร่าว ๆ แค่นี้ หากสนใจ มีคำถามต่อ ค่อยถามมาแล้วกันครับ แบบระบุรายระเอียดนิดนึงก็จะดีครับ

    ยินดีครับ

     
  7. boy2L

    boy2L New Member Member

    444
    13
    0
    แบบเฟรนชายนี่คงไม่ไหวอ่ะครับ คงทำเองครับ และคงเน้นเรื่องการบริการและคุณภาพครับ
     
  8. TolvlT

    TolvlT New Member VIP

    55
    1
    0
    ปัจจัยหลัก คือ ทำเล ครับ

    สนใจ ลอง add msn มาคุยได้ครับ

    tolvlt@hotmail.com ครับ
     
  9. boy2L

    boy2L New Member Member

    444
    13
    0
    ขอบคุณมากครับ เด๋วผมจะแอดไปนะครับ เด๋วต้องถ่ายรูปก่อนครับ
    พี่จะได้ดูทำเลและสถานที่+ความกว้างด้วยครับ:)
     
  10. TankEk

    TankEk New Member Member

    6,094
    562
    0
    เรื่องที่สำคัญคือการเอาใจใส่รถที่ล้างให้เหมือนกับรถเราเองทุกคัน และความมั่นคงและมาตรฐานในการล้าง ต้องมีคนคุมงานที่ดีคับ(ต้องละเอียดและรักษารถดีมากๆ) เพราะว่ามีหลายร้านแล้วคับ ล้างดีช่วงเช้าๆ (ลูกน้องยังไม่เหนื่อย)บ่ายๆเริ่มขี้เกียจ หรือพอรถเยอะแล้วคุณภาพงานออกมาไม่ดีเท่าตอนที่รถน้อยๆ บางร้านทำทางขึ้นร้านซะสูงเลยครับ จะทำให้เสียรายได้ไป เพราะว่าคนที่ไปล้าง หรือรักรถ ส่วนใหญ่รถจะเตี้ย ถ้าเป็นไปได้ทำทางขึ้นอย่าสูงมากคับ ทำเลก้อสำคัญคับ แต่ถ้าร้านล้างดีผลิตภัณฑ์ อาศัยการโปรโมทที่ดี น่าจะมีการชวนเพื่อนๆไปล้างตามกันอีกเยอะเลยคับ ถ้าในร้านมีร้านขายกาแฟระหว่างล้างรถไปด้วยก้อดีคับ เพราะว่าเมื่อมีรถมาล้างร้านเราจะได้เป็นรายได้เสริม ระหว่างที่ลูกค้านั่งรอรถคับ
    มันเป็นธุรกิจหนึ่งที่ผมก้ออยากทำคับ ถ้ามีเงินทุนสักก้อน แต่ปัจจัยที่น่าเป็นห่วงที่สุดน่าจะเป็นการบริหารคนคับ
     
  11. boy2L

    boy2L New Member Member

    444
    13
    0
    แล้วถ้าเราทำขนาดกลางๆนี่ควรมีพนักงานสักกี่คนครับ?
     
  12. gri

    gri New Member Member

    1,163
    26
    0
    จำนวนรถที่รับได้ครับ กะว่าให้มีเท่าไหร่
    ไม่รวมที่รอคิวอยู่นะครับ เอาเฉพาะคันที่กำลังทำ

    ต้องการมีสถานีแยกย่อยเท่าไหร่
    แล้วก็ลองคิดๆดูครับว่า แต่ละสถานี อันไหนติดต่อกันมากที่สุด
    จะได้เพิ่มอัตรา return time service ครับ

    จำนวนพนักงาน ถ้าเป็นไปได้ น่าจะมีสับเวรกันพักบ้าง
    เพราะคนเรา ยิ่งเหนื่อยก็ยิ่งชุ่ย ถ้าทำไปเยอะๆ
    คันหลังๆมักจะทำได้ไม่ดีเท่าคันแรกๆ
     
  13. gri

    gri New Member Member

    1,163
    26
    0
    จำนวนรถที่รับได้ครับ กะว่าให้มีเท่าไหร่
    ไม่รวมที่รอคิวอยู่นะครับ เอาเฉพาะคันที่กำลังทำ

    ต้องการมีสถานีแยกย่อยเท่าไหร่
    แล้วก็ลองคิดๆดูครับว่า แต่ละสถานี อันไหนติดต่อกันมากที่สุด
    จะได้เพิ่มอัตรา return time service ครับ

    จำนวนพนักงาน ถ้าเป็นไปได้ น่าจะมีสับเวรกันพักบ้าง
    เพราะคนเรา ยิ่งเหนื่อยก็ยิ่งชุ่ย ถ้าทำไปเยอะๆ
    คันหลังๆมักจะทำได้ไม่ดีเท่าคันแรกๆ

    ---------------------------------------------------------

    ยังไงถ้ามีอะไรสงสัย ก็ pm มาได้ครับ
    ตอนนี้ผมก็กำลังเรียนวิชา การวางผังสายการผลิตรถยนต์อยู่
    เลยอยากลองๆดู ว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง
     
  14. gri

    gri New Member Member

    1,163
    26
    0
    จำนวนรถที่รับได้ครับ กะว่าให้มีเท่าไหร่
    ไม่รวมที่รอคิวอยู่นะครับ เอาเฉพาะคันที่กำลังทำ

    ต้องการมีสถานีแยกย่อยเท่าไหร่
    แล้วก็ลองคิดๆดูครับว่า แต่ละสถานี อันไหนติดต่อกันมากที่สุด
    จะได้เพิ่มอัตรา return time service ครับ

    จำนวนพนักงาน ถ้าเป็นไปได้ น่าจะมีสับเวรกันพักบ้าง
    เพราะคนเรา ยิ่งเหนื่อยก็ยิ่งชุ่ย ถ้าทำไปเยอะๆ
    คันหลังๆมักจะทำได้ไม่ดีเท่าคันแรกๆ

    ---------------------------------------------------------

    ยังไงถ้ามีอะไรสงสัย ก็ pm มาได้ครับ
     
  15. KaMmY~*

    KaMmY~* New Member Member

    557
    16
    0
    ผมว่าอยู่ที่มาตรฐานนะครับ ที่นึงเพื่อนผมแนะนำว่าดีมากๆ ก็เลยลองเข้าไปใช้บริการดูไปวันธรรมดารถก็ไม่เยอะ แต่เก็บงานไม่ละเอียดเอาซะเลย ต่อจากนั้นมาผมก็ไม่เข้าไปอีกเลย
     
  16. เอามาแชร์หน่อยละกัน อาจเกี่ยวบ้างไม่เกี่ยวบ้าง ก็ทนๆหน่อยนะครับ
    ร้านเพื่อนผมเจ๊งไปเพราะ คนงานครับ
    ย้ำ!! สำคัญมาก เรื่อง เด็กที่คุณจะรับเข้ามาทำ
    1. มีฝีมือมากน้อยเพียงไร แต่นั่นก็ยังสามารถฝึกกันได้ คิดง่ายๆ รถเราเวลาเข้าไปล้างก็อยากได้งาานออกมาเนี๊ยบๆ ไม่ใช่ออกมารอยเพียบนี่มันเอาน้ำราดแล้วก็ปล่อยให้แห้งใช่มั๊ย (ลูกน้องแบบนี้ มีนะใช่ว่าจะไม่มี)
    2. เรื่องความขยันความขี้เกียจอีกล่ะ สมมติมีคนงาน5คน สมมติขยัน2ขี้เกียจ3 เชื่อมั๊ย อีก3เดือนสามารถพัฒนาเป็นขยัน0ขี้เกียจ5ได้เลย ตรงนี้คุณต้องมีแผนหรือแนวทางแก้ปัญหา อาจจะเงินจูงใจหรืออะไรก็ว่าไป
    3. ความซื่อสัตย์ สำคัญมากๆทั้งต่อรถลูกค้า และต่อร้านคุณ เชื่อมั๊ย ร้านเพื่อนผมโดนขโมยปั๊มน้ำกับเครื่องดูดฝุ่นไปได้ ทั้งๆที่มีคนนอนเฝ้า
    4. รถลูกค้าไม่ใช่รถเทส ไม่ใช่ที่ลองเครื่องเสียง ไม่ใช่ที่ลองเทสยางเบิร์นยาง
    5. คุณพร้อมที่จะรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดกับรถลูกค้า เนื่องมาจากลูกน้องคุณรึเปล่า
    6. บุคลิกของคุณคือ เถ้าแก่ที่คอยนับเงินหรือคนที่สามารถถือผ้าเช็ดรถดูความเรียบร้อยของรถลูกค้าทุกคันได้ ตรงนี้ได้ใจทั้งลูกน้องและลูกค้าแน่นอน ถ้าเป็นไปได้ตรวจงานลูกค้าซักหน่อย เดินวนซะรอบนึงก็ยังดี

    อันนี้ก็แค่คร่าวๆนะครับ มันสำคัญกว่าตัวน้ำยาเยอะครับ เพื่อนผมเคยเปิดทั้งแบบเฟรนไชน์ ทั้งน้ำยาโนเนม มันฟันธงเลย คุณจะอยู่ได้หรือไม่ได้นั้น หลักๆคือ "คน" ครับ น้ำยาดีแต่"คน"ไม่ใส่ใจ ไม่ละเอียด ออกมาก็แค่นั้นครับ

    ร้านล้างรถมันคืองานขายบริการ ถ้าคุณมีลูกน้องลูกมือที่บริการดี ตั้งใจทำงาน เสมือนทำรถตัวเอง เอาใจใส่ในรายละเอียด เชื่อแน่ว่าว่าไม่มีวันเจ๊ง ถ้าทำเลที่มีไม่ได้อยู่ในป่าทึบที่รถเข้าไม่ถึงนะ
     
  17. Piccolo

    Piccolo New Member Member

    1,673
    65
    0
    ได้ความรู้ดีครับ

    เป็นอาชีพที่น่าสนใจมากๆ
     
  18. bracketia

    bracketia New Member Privilege

    30
    0
    0
    ถามตัวเองได้เลยครับ
    1.ล้างรถเองได้ ใช้เครื่องมือในร้านเป็นทุกชิ้น และควรรู้เรื่องการซ่อมและดูแลรักษาอุปกรณ์ในร้าน อย่าพึ่งคนอื่นมากนัก
    2.พร้อมจะเสียสละเวลา เข้าไปคุม คุณภาพงาน ได้มากน้อยแค่ไหน
    3.ถ้าไม่พร้อม หุ้นส่วนหรือหัวหน้างานที่ต้องอยู่ที่ร้านเป็นประจำ มือถึงมั้ย
    4.Turnover สูง พนักงานโดยเฉพาะพวกเด็ก ขัดสี เคลือบสี พวกนี้ ต้องงานฝืมือนะครับ เบื่อๆ เค้าลาออก เพราะเงินเดือนพวกนี้ไม่มาก ความต้องการสูง ความอดทนต่ำ จงคิดไว้เลยว่า วันพรุ่งนี้ พวกเค้าอาจจะไม่มาทำงาน คนดี ๆน่ะมีครับ แต่หาไม่ง่ายเลย ถ้ามี ก็นับเป็นโชคของคุณ
    5.คนที่จะต้อนรับและปิดการขายservice ที่หน้าร้านคุณ คือตัวแทนของร้านคุณ จงแน่ใจว่าเค้าทำอย่างนั้นได้ดีและเป็นธรรมชาติ ยกเว้นว่า คุณจะอยู่ร้านเองทุกวัน อันนั้น คุณก็ต้อง ฝึกฝนตัวเอง
    6.ทรัพย์สินที่คุณดูแลบริการให้เค้า มูลค่าเริ่มต้นคงเป็นหลักแสน แต่ค่าล้าง คุณรับ ต่อครั้ง ผมเดาว่า 1xx - 2xx บาท ความเสี่ยงในด้านนี้ ก็สูงไม่ใช่เล่น เช่น คนรับรถ ขับรถลูกค้ายังไง ทรัพย์สินในรถลูกค้าอีก

    ทำเล เป็นรอง เพราะ ต่อให้อยู่กลางเมือง หมู่บัานล้อมรอบ มีกลุ่มลูกค้า a+

    ให้ใช้น้ำยา เกรด A ด้วย (MaQ.. AutG.. PinC.. )

    ถ้าพนักงานคุณ คุณภาพไม่ถึง ยังไงร้านก็อยู่ยากครับ

    โชคดีครับ
     
  19. boy2L

    boy2L New Member Member

    444
    13
    0
    ได้ข้อคิดหลายอย่างเลยคับ
     
  20. ToN NTS Slidecar

    ToN NTS Slidecar New Member VIP

    481
    19
    0
    เคยคิดจะเปิดเหมือนกัน มีงบลงทุนอยู่ล้านนึง เดินสายหาข้อมูล ไปหาเพื่อนที่เปิดคาร์แคร์ หาข้อมูลตั้งแต่ร้านไฮโซยันล้าง TAXI สำรวจราคาของเองทุกอย่าง ศึกษาตลาด สภาพคล่อง กำลังซื้อแต่ละพื้นที่ .... จนสรุปได้ว่า มันช่างเป็นงานติดคุกจริง ๆ :D:D

    สุดท้ายเลยเอาตังค์ไปซื้อรถสไลด์ดีกว่า :D:D
     
  21. ลองฝ฿กงานก่อน แน่นอนที่สุด
     
  22. ko eg1

    ko eg1 New Member Member

    67
    1
    0
    ลองดู

    เหนื่อยครับ เพราะเป็นงานบริการ ลอง m มาคุญละกัน พิมไม่เก่งko_civic@hotmail.com
     
  23. ข้อKing

    ข้อKing New Member VIP

    287
    35
    0
    ปรึกษาผมได้นะครับ มีอะไรสงสัยยังไงผมจะตอบให้ฟังครับ 081-000-0034 ครับ


    ลองดูก่อนได้นะครับ www.ideaswashandwax.com
     
  24. boy2L

    boy2L New Member Member

    444
    13
    0
    ขอคุณพี่ๆทุกคนเลยครับ ท่าทางจะเป็นงานติดคุกจริงๆ แต่ทำไงได้ใจกันรักด้านนี้อ่ะครับ
    ตอนแรกกะว่าจะเปิดร้านอาหารกะเครื่องดื่ม แต่ก้อปิดดึกอีกเลยคิดว่าทำคาร์แคร์ปิด-เปิดเป็นเวลาน่าจะดีกว่า
     
  25. never regret

    never regret New Member VIP

    1,193
    4
    0
  26. boy2L

    boy2L New Member Member

    444
    13
    0
    ขอบคุณครับพี่
     
  27. 4d56

    4d56 New Member Member

    521
    14
    0
    ผมก้อศึกษามาระยะนึงคับแล้วก้อหยุดไปตอนนี้ก้อกลับมามองอีกครั้งคับ ผมมองอย่างนี้คับ
    1.ถ้าใจไม่กล้าไม่รักอย่าทำคับ เพราะคุณต้องเตรียมตัวเตรียมใจในเรื่องของการรับผิดชอบ
    ต่อทรัพย์สินของผู้อื่นคับ
    2.ถ้าเราไม่ใช่คนรักรถ ดูแลรถ ใช้รถอย่างเดียว ไม่ควรทำคับ(ซึ่งผมเป็นคับอิอิ)
    3.ถ้าทุกอย่างจ้างหมด เราคอยดูแลอย่างเดียว ไม่ได้ลงมือเอง ต้องมีทุนมหาศาลพอควรคับ
    4.ความรวดเร็ว เรียบร้อย ในหนึ่งวันรับรถได้มากจะคืนทุนเร็วคับ 1วันได้รถ10คันอยู่ยากคับ
    เพราะลูกค้ามีหลายระดับคับ ล้างสีดูดฝุ่นแค่100กว่าบาท ล้างรถ1คันใช้เวลาเท่าใด 1วันรับได้
    กี่คัน ใน1วันจะมีลูกค้ากี่รายที่ล้างเต็มคอสที่เราเตรียมไว้(1คอสอาจจะ2-3พัน) เด็กล้างค่าแรง
    คนละอย่างน้อยตอนนี้น่าจะมี150ต่อวัน(เอาอย่างถูกนะคับ)ใช้กี่คนคูณเข้าไป ฉะนั้นใน1วันตันทุน
    เด็กล้างเท่าไร ค่าน้ำค่าไฟเท่าไร ค่าเช่าที่เท่าไร ค่าก่อสร้างเท่าไร ที่นี้ก้อจะทราบว่าใน1วันเราต้องได้รถ
    กี่คัน เร็ว เรียบร้อย ได้เปรียบคับ
    5.คนงานแบบว่าใส่กางเกงยีนส์เสื้อยืด ไม่ควรทำคับ เพราะพวกหัวเข็มขัด กระดุม อาจจะไปขูดสีรถได้คับ
    6.คนงานต้องไว้ใจได้ เพราะนอกจากรถแล้ว ภายในรถยังมีทรัพย์สินอื่นๆอีก
    7.คนงานถ้าอยู่กินกับเรา เช่นมีที่อยู่ให้ มีข้าวให้ กับข้าวหาเอง อาจจะลดต้นทุนค่าแรงได้คับ และได้คนเฝ้าร้าน
    ไปในตัว
    8.หน้าตาของร้านสามารถแบ่งระดับของลูกค้าได้คับเช่น คุณทำแท่งปูนแล้วขับรถขึ้นไปเพื่อล้างข้างใต้ท้องรถ
    กับแบบมีฮ้อยไฮดรอลิคยกรถแค่นี้ก้อเรียกความเชื่อมั่นให้ลูกค้าได้บ้างแล้วคับ แถมลดเวลาในการล้างได้ หน้าตาร้าน
    สามารถกำหนดกลุ่มลูกค้าได้ ถ้าเราล้างแค่กลุ่มคนชั้นกลาง แท็กซี่ ร้านก้อไม่ต้องดีมากเป็นต้นคับ
    9.ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องขบคิดคับ เช่น ทำเลที่ตั้ง คาร์แคร์ไม่ใช่ร้านอาหารคับที่จะอยู่ที่ไหนก้อได้แต่ขอให้อร่อย
    ไกลก้อไปกินคับ คู่แข่งของเรามีมากคับ
    10.ยิ่งรู้จักคนมาก อัธยาศัยดี ได้เปรียบคับ เช่นมีเพื่อม100คนมีรถ100คัน เราก้อจะมีลูกค้าประจำ100คัน แต่กับอีกคน
    มีเพื่อนฝูงพวกพ้องเยอะสัก500คนรถ500คันก้อจะมีลูกค้าประจำเยอะกว่าคับ
    อันนี้เป็นเหตผลอันน้อยนิดที่ผมล้มเลิกไปคับ ผมมีที่ดินของตัวเองติดริมถนนราชพฤกษ์ ติดกับปากทางหมู่บ้าน และพื้นที่
    ใกล้เคียงยังมีหมู่บ้านหรูๆอีกมากมาย(ใกล้ๆในบริเวณร้านของคุณเอ๋อ่ะคับ)ที่ดินขนาดเพียงพอที่จะทำ(150ตร.ว) แต่ผม
    ก้อล้มเลิกเพราะรับผิดชอบสูง แบกความเสี่ยงพอสมควร และผมเป็นคนไม่กล้าด้วยคับ กลัวการลงทุน เลยไม่สามารถทำได้คับ
    แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในความเสี่ยงมันก้อมีกำไรมหาศาลรออยู่เช่นกันคับ ไม่งั้นเค้าคงเจ๊งกันไปหมดแล้วคับ ถ้าธุรกิจนี้เป็นสิ่งที่คุณ
    ชอบจริงๆมันก้อน่าทำคับ ต้องดูตัวเราเองด้วยคับว่าชอบจริงมั้ย ทำอะไรในสิ่งที่เราชอบ ถนัด เวลามีอุปสรรคมันจะไม่ท้อคับ
    แต่ถ้า"งูๆปลาๆ"ชอบนิดๆ ไม่ถนัดเลย เวลามีปัญหาหรืออุปสรรค มันจะท้อคับ ขอผากแค่นี้แหละคับ
    อ้อ...เผื่อใครสนใจทำเลของผมก้อติดต่อได้นะคับอิอิไม่แพงคับ555
     
  28. crub_666

    crub_666 Member Member

    60
    0
    6
    รายละเอียดเพียบเลย
     
  29. boy2L

    boy2L New Member Member

    444
    13
    0
    คงต้องลองดูครับ อีก4-5วันจะถมที่แล้ว
     

แบ่งปันหน้านี้