RacingWeb.NET ได้รับเชิญเข้าร่วมงาน MICHELIN Passion Experience 2018

การสนทนาใน 'Review' เริ่มโดย Emporio, 25 กันยายน 2018

โดย Emporio เมื่อ 25 กันยายน 2018 เมื่อ 02:05
  1. Emporio

    Emporio Active Member ทีมงานสมาชิก Super Moderator

    376
    35
    28
    RacingWeb.NET ได้รับเชิญเข้าร่วมงาน MICHELIN Passion Experience 2018

    เมื่อวันเสาร์ที่ 1 กันยายน 2561 ที่ผ่านมา RacingWeb.NET ได้มีโอกาสได้เข้าร่วมงาน MICHELIN Passion Experience 2018 ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์



    โดยเป็นการเชิญผู้เข้าร่วมงานจากหลากหลายสาขาอาชีพจากหลายประเทศไม่ได้เน้นหรือเจาะจงเฉพาะที่อยู่ในสายรถยนต์เพียงอย่างเดียว เช่น นักแสดง Bloger หรือ Youtuber ไม่จำกัด Lifestyle หรืออย่างที่อยู่ในกลุ่มเดียวกับเราเช่น คุณแอริน ที่เป็นนักแสดง หรือคุณจ๊ะจ๋า ที่เป็น Bloger ท่องเที่ยวทั่วโลกในแนว Extreme

    [​IMG]

    ก่อนไปร่วมงานผมพยายามหานิยามหรือจุดประสงค์ของงานที่จัดขึ้นว่าให้เราไปทำอะไรบ้างและเราต้องเขียนเล่าสิ่งที่ได้รับจากงานนี้อย่างไร เนื่องจากเป็นการปิดสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิตเพื่อจัดงานนี้โดยเฉพาะ แต่เมื่อดูจากรายชื่อผู้ร่วมงานแล้วไม่น่าจะใช้การทดสอบยางที่เน้น Skill การขับรถหรือการจับอาการของรถอย่างแน่นอน ซึ่งเมื่อดูจากชื่องานน่าจะเน้นการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆให้ทุกๆคนที่ทุกๆคนที่มาร่วมงานได้ซึมซับความชอบ ความสุข ความสนุก ที่ได้จากการขับรถที่ใช้ยาง MICHELIN เป็นแน่แท้



    Experience แรกพบ ... การเลี้ยงรับรองโดย MICHELIN STAR CHEF

    จากกำหนดเวลาในการเดินทางเพื่อให้ทันการร่วมงาน Michelin Passion Experience เราได้รับเชิญให้บินไปตั้งแต่วันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม 2561 เมื่อบินไปถึงบุรีรัมย์ทาง MICHELIN ได้จัดรถมารับจากสนามบินแล้วตรงไป Amari Buriram United เพื่อร่วมงานเลี้ยงรับรองโดยการยกครัวของ MICHELIN STAR มาไว้ที่นี้

    [​IMG]

    [​IMG]

    งานที่จัดค่อนข้างเป็นกันเอง เราได้เริ่มทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ในกลุ่มเดียวกับเรา ร่วมถึงได้เริ่มเจอแขกผู้ร่วมงานที่มาจากประเทศต่างๆ ได้ถ่ายรูปเล่นในซุ้มที่จัดไว้ และได้ร่วมรับประทานอาหารที่เรียกได้ว่าเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆของเรากับอาหารที่มีทั้งความอร่อย ความสวยงาม และมีความพิถีพิถันในการทำ

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    บอกตามตรงนะ บางเมนูผม "เข้าไม่ถึง" 555 คือ บางอันก็มาแปลกจนนั่งงงกันทั้งโต๊ะอยู่นานว่าจะทานยังไงหรือต้องตักตรงไหนก่อน แต่เชื่อเถอะครับ อร่อยและประทับใจทุกเมนูจริงๆ



    เริ่มต้นเช้าวันงาน MICHELIN Passion Experience 2018

    เมื่อเรามาถึงสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต เราพบกับการต้อนรับอย่างอบอุ่นโดยทีมงานของ MICHELIN ซึ่งทีมงานแทบจะทั้งหมดจะมาจากต่างประเทศ

    [​IMG]

    แม้กระทั่งตัว บีเบนดัม ก็ Import เข้ามาจากต่างประเทศ

    [​IMG]

    หลังจากมีการกล่าวเปิดงานและอธิบายส่วนต่างๆของงานที่จัดขึ้นในวันนี้แล้วจึงให้ผู้ร่วมงานแยกย้ายไปเปลี่ยนชุด เนื่องจากวันนี้ทั้งวันเราจะต้องเป็นผู้ขับทดสอบในทุกๆ Station ที่ทาง MICHELIN ได้จัดไว้รอบๆสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต



    Station 1.1 ทดสอบการขับในรูปแบบ Gymkhana โดยใช้รถ Porsche 718 Cayman ใช้ยาง MICHELIN Pilot Sport 4S

    [​IMG]

    เป็นที่รู้กันว่าการขับแบบ Gymkhana นั้นเป็นการขับที่ต้องอาศัยทักษะในการเข้าโค้งในมุมแคบๆตลอดเวลาในการขับ การจะไปได้เร็วต้องอาศัยความแม่นยำในการเบรคและการเกาะถนนของตัวรถและยางในระดับสูงสุด สิ่งที่ท้าทายคือการใช้รถ Cayman ที่มีความแรงมากกว่าสนาม หมายความว่า การขับแบบนี้ใช่ว่าใช้รถที่แรงแล้วจะดีเพราะจะเกิดอาการ "ล้น" มากเกินความจำเป็น

    [​IMG]

    Station นี้ให้ขับแบบ Battle คือขับเป็นคู่ๆ แพ้คัดออก ผมผ่านเข้ารอบแรกไปเจอกับพี่เก่งคนกันเองที่คุ้นเคย แต่ก็สามารถทำเวลาได้ดีกว่าพี่เก่งเพื่อเข้าสู่รอบชิง โดยเข้าไปชิงกับนักแข่งรถชาวอินโดฯ

    [​IMG]

    [​IMG]

    ความน่าหลงไหลของการขับแบบ Gymkhana อีกอย่างคือแทบไม่ได้ซ้อม ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่นักแข่งเจออยู่แล้ว แต่เมื่อเราเข้ารอบไปเรื่อยๆนั่นหมายความว่าเราจะได้ขับในสนามนั้นซ้ำๆเพิ่มขึ้น เราจะเริ่มจำทางได้ จำไลน์ในสนามได้ เราจะเริ่มสามารถใช้ความเร็วที่เพิ่มขึ้นเพื่อทำเวลาให้ดีขึ้นได้ และแน่นอนว่าการเข้าชิงกับนักแข่งรถชาวอินโดฯเค้าก็ผ่านการขับมาหลายรอบแล้วเช่นกัน

    [​IMG]

    ในรอบชิงนี้ผมคุ้นเคยกับไลน์สนาม ความแรงของรถ ระยะเบรค ลิมิตของยางที่ใช้ เมื่อทุกอย่างลงตัวผมจึงขับเจ้า Cayman เข้าเป็นที่ 1 ของกลุ่มนั้นมาได้ โดยความรู้สึก ณ เวลานั้นคือ ยางที่ใช้สามารถเอารถอยู่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งๆที่รถที่ใช้มีความแรงที่เกินสนามไปมากพอสมควร นั่นคือประสบการณ์ที่ได้รับจาก Station นี้

    [​IMG]

    คลิปตอนขับ Gymkhana





    Staion 1.2 ทดสอบการเบรค,การเกาะถนน,การขับผ่านถนนเปียก เทียบกับยางคู่แข่งที่อยู่ในระดับเดียวกัน โดยใช้รถ Audi TTs

    [​IMG]

    การเบรค : วัดจากกล่อง V-Box จากการเบรคที่ความเร็ว 80 Km/h จนถึงหยุดนิ่ง พบว่าในยางคู่แข่งได้ระยะเบรคที่ 22.9 เมตร ส่วนยาง MICHILIN ได้ระยะเบรคที่สั้นกว่าคือ 22.3 เมตร

    [​IMG]

    การเกาะถนน : วัดจากความรู้สึกในการขับแบบ Slalom อันนี้งานถนัด โดยยางคู่แข่งตัวรถมีอาการ Under ให้เห็นพอสมควร แต่พอสลับมาขับรถคันที่ใช้ยาง MICHELIN ก็พบว่าสามารถควบคุมรถไปในทิศทางที่กำหนดได้ง่ายกว่ามาก

    [​IMG]

    การใช้งานบนพื้นเปียก : ตรงนี้ประทับใจสุด เพราะความเร็วที่ให้ใช้ในการทดสอบค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับองศาของโค้งเปียกๆที่ให้เราขับผ่าน เมื่อใช้งานยางคู่แข่งตัวรถมีอาการสไลด์ออกจากโค้งอย่างเห็นได้ชัดซึ่งผมไม่แปลกใจกับโค้งระดับนี้ในทางเปียก แต่เมื่อเรามาขับรถที่ใช้ยาง MICHELIN ก็พบว่าตัวรถไม่มีอาการใดๆเลยในตอนผ่านโค้ง บอกได้เลยว่าเป็นประสบการณ์ที่ประทับใจมากๆ

    [​IMG]

    คลิปทดสอบการเข้าโค้งบนทางเปียก





    Station 2 ทดสอบการขับรถ Formula 4 ที่ใช้ยาง MICHELIN

    [​IMG]

    ผมไม่รู้ว่าจะเรียกการทดสอบยางหรืออะไรดี เพราะเราต่างโฟกัสกับการได้ขับรถแข่ง Formula 4 ที่คนทั่วไปแทบจะไม่ได้มีโอกาสได้ขับ โดยใน Station นี้จะให้เราขับ Formula 4 ตามรถ Porsche 718 Cayman ในสนาม โดยให้ทิ้งระยะห่างคันหน้าประมาณ 3 คันรถ

    [​IMG]

    ผู้ขับรถนำจะคอยสังเกตเราที่ขับตามและประเมินความสามารถของเราเพื่อใช้ความเร็วที่เหมาะสม และแน่นอนว่าในงานนี้หลายๆคนมีทักษะในการขับรถแข่งมาพอสมควร ดังนั้นรอบที่ผมได้ขับเจ้าหน้าที่ที่ขับ Cayman นำจึงใช้ความเร็วที่ค่อนข้างเต็มที่ จนไล่แซงคันอื่นในสนาม

    [​IMG]

    จริงอยู่ว่า Cayman มีแรงม้าที่มากกว่า แต่รถ Formula 4 ได้เปรียบกว่าทั้งเรื่องของน้ำหนัก ช่วงล่าง และยางที่ใช้ ดังนั้นสิ่งที่ผมเห็นอยู่ข้างหน้าคือ Cayman ขับนำจนถึง Limit ของตัวรถจนมีอาการสไลด์เข้าโค้งแต่ Formula 4 ไม่มีอาการใดๆในโค้งเลย เราจึงสามารถเข้าใกล้ Cayman ได้ทุกครั้งที่ถึงโค้ง

    [​IMG]

    และเมื่อขับเสร็จแล้วมีเวลาเหลือ เจ้าหน้าที่ก็เชิญให้เราขึ้นไปนั่งบน Cayman คันที่กำลังจะขับนำคนอื่น ซึ่งก็เป็นอย่างที่ผมคิดคือขับ Cayman เต็มที่แล้วแต่หนี Formula 4 ไม่ออก ซึ่งก็ดีแล้วครับที่นำเราในความเร็วเท่านี้ เนื่องจากหากนำได้เร็วกว่านี้เราอาจจะเริ่มควบคุม Formula 4 ไม่ได้ก็ได้

    [​IMG]

    จาก Station นี้เราได้ประสบการณ์ในการขับรถ Formula 4 ที่น่าตื่นเต้นมากๆ การเข้าโค้งในสนามด้วยความเร็วเกือบๆ 200 Km/h บนรถที่มีประสิทธิภาพสูง บวกกับยางที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้เรามั่นใจในการใช้ความเร็วในสนามได้เป็นอย่างมาก



    Station 3 ทดสอบการขับแบบ Off-Road

    [​IMG]

    ไม้กระดก : เป็นการให้ขับรถขึ้นไปบนไม้กระดกเพื่อหาจุดสมดุลย์ให้ไม้ลอยอยู่ตรงกลางพอดี เป็นการฝึกสมาธิในการใช้คันเร่งและเบรค

    [​IMG]

    เก็บแต้มลูกบอล : เป็นการขับรถไปตามทางโดยมีถังน้ำใส่น้ำวางอยู่หน้ารถ แล้วระหว่างเส้นทางจะมีลูกบอลห้อยอยู่โดยให้เราขับรถเอากระจกข้างไปแตะลูกบอลเพื่อทำแต้ม โดยจะต้องวางแผนการขับให้ดีเนื่องจากลูกบอลแต่ละลูกมีแต้มที่แตกต่างกัน มีกรอบเวลากำหนด

    [​IMG]

    และในตอนท้ายต้องขับผ่านหลุมสลับซ้ายขวาก่อนเข้าเส้น ซึ่งเราจะต้องประคองรถให้ดีที่สุดเพื่อไม่ให้น้ำในถังหก

    [​IMG]

    [​IMG]

    เพราะเมื่อเข้าเส้นแล้วจะมีการนับแต้มทั้งจากลูกบอลและจากระดับน้ำในถังที่เหลืออยู่ด้วย

    [​IMG]

    ทาง Off-Road : เป็นการให้ขับรถไปในสนาม Off-Road จำลอง ทั้งทางลาดชันและทางโค้งในมุมเอียง เป็นการทดสอบที่ผมเองก็ไม่เคยได้ขับในลักษณะนี้มาก่อน ซึ่งใน Station นี้เราได้รับประสบการณ์การขับรถ Off-Road ในแบบที่ไม่เคยได้รู้มาก่อน

    [​IMG]



    Staion 4 Hot Laps นั่งรถแข่ง Seat Leon TCR

    [​IMG]

    บอกได้คำเดียวว่าสุด กับการได้ไปนั่งในรถแข่งระดับโลกที่ขับโดยใช้ความเร็วเต็มที่ เข้าโค้งเต็มที่และเบรคเต็มที่จนหัวทิ่ม ไม่ถามสุขภาพกันสักคำ



    [​IMG]

    ถ้าไม่ใส่ Hans คอคงเคล็ดไปแล้ว ขนาดว่าเราผ่านการขับรถแข่งมาพอสมควรยังไม่นึกว่ารถแข่งที่มีประสิทธิภาพสูงแบบนี้จะสามารถขับได้ขนาดนั้น

    [​IMG]

    ถือเป็นประสบการณ์ที่สุดยอดจริงๆ

    [​IMG]



    เมื่อเสร็จสิ้นกิจกรรมทั้งหมดก็มารวมกันที่พิธีปิดงาน มีการประกาศผลทีมที่สามารถทำผลงานได้ดีโดยวัดจาก Station ต่างๆ ทีมของผมได้อันดับที่ 2 โดยวัดจากทุกทีมที่ไปร่วมงานกันในวันนั้น เจ๋งไหมล่ะ

    [​IMG]

    สรุปโดยรวมงานของวันนั้น อย่างที่เข้าใจตั้งแต่แรก งานครั้งนี้แทบไม่ได้เน้นเลยว่าเราจะมารับรู้เทคโนโลยี หรือทดสอบยางรุ่นใหม่แต่อย่างใด เรียกได้ว่าจัดเอามันส์เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ๆของผู้มาร่วมงานล้วนๆ ซึ่งบอกได้เลยว่าเราได้รับประสบการณ์ใหม่ๆที่ดีมากๆจากงานนี้

    [​IMG]

    ทั้งหมดนี้เกิดจากความเห็นของเราที่อยู่ในแวดวงรถแต่งและรถแข่งมา ซึ่งเป็นความรักและความชอบในเรื่องของรถและการแข่งรถอยู่แล้ว

    [​IMG]

    แต่สิ่งที่เราเห็นไปมากกว่านั้นจากที่เราตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับรายชื่อผู้ที่ได้รับเชิญให้มาร่วมงานที่ไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าจะต้องอยู่ในแวดวงที่เกี่ยวกับรถ ซึ่งถือเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ล้วนๆ ยกตัวอย่างน้อง จ๊ะจ๋า ผู้ที่ชื่นชอบการเที่ยวทั่วโลกแบบ Extreme ที่ปัจจุบันกำลังหลงรักการกระโดดร่มโดยไม่เคยสนใจการขับรถแข่งมาก่อน

    [​IMG]

    ถึงกับเอ่ยปากออกมาว่า "มันส์มากกกกกกก" .... ก็แน่ล่ะครับ ต่อให้ไม่เคยคลุกคลีกับรถแข่งแล้วมาได้รับประสบการณ์ในแบบที่ MICHELIN เค้าจัดให้แบบนี้ไม่ว่าใครก็คงติดใจกันทั้งนั้น

    [​IMG]

    ซึ่งนี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งจุดประสงค์ของการจัดงาน MICHELIN Passion Experience

    [​IMG]

    [​IMG]

    ไม่แน่ว่าหลังจากงานเปิดประสบการณ์ในด้านนี้ของน้องจ๋า เราอาจจะได้พบน้องเค้าเข้ามาสู่วงการแข่งรถของเมืองไทยเร็วๆนี้ก็เป็นได้


    [​IMG]

    ขอขอบคุณ มิชลินประเทศไทย ที่ให้โอกาส RacingWeb.NET เข้าร่วมงาน MICHELIN Passion Experience 2018 จนได้พบประสบการณ์ที่สุดยอดแบบนี้ หวังว่าเราจะมีโอกาสได้ร่วมงานของ MICHELIN อีกในโอกาสต่อไป

    [​IMG]

    #MichelinAndMe
    #PassionUnlocked
     

ความคิดเห็น

การสนทนาใน 'Review' เริ่มโดย Emporio, 25 กันยายน 2018

แบ่งปันหน้านี้