'มิชลิน แอลทีเอ็กซ์ ฟอร์ซ' พร้อมเปิดตัวลงเขย่าตลาดยางรถอเนกประสงค์ขับเคลื่อน 4 ล้อและยางรถกระบะยกสูงด้วยจุดเด่น "สมรรถนะสำหรับทางเรียบและทางลุยในหนึ่งเดียว"

การสนทนาใน 'New Product' เริ่มโดย News, 25 กรกฎาคม 2017

โดย News เมื่อ 25 กรกฎาคม 2017 เมื่อ 02:50
  1. News

    News Member Super Moderator

    243
    2
    18
    'มิชลิน แอลทีเอ็กซ์ ฟอร์ซ' พร้อมเปิดตัวลงเขย่าตลาดยางรถอเนกประสงค์ขับเคลื่อน 4 ล้อและยางรถกระบะยกสูงด้วยจุดเด่น "สมรรถนะสำหรับทางเรียบและทางลุยในหนึ่งเดียว"

    [​IMG]

    เหมาะกับทุกสภาพการขับขี่ด้วยประสิทธิภาพที่เหนือกว่า ทั้งด้านความปลอดภัย ความหลากหลายในการใช้งาน อายุใช้งานที่ยาวนาน และความทนทาน

    มิชลิน เปิดตัว 'มิชลิน แอลทีเอ็กซ์ ฟอร์ซ' (MICHELIN LTX FORCE) ยางรุ่นล่าสุดสำหรับรถอเนกประสงค์ขับเคลื่อน 4 ล้อ และกระบะยกสูงซึ่งตอบสนองทุกความต้องการใช้งานของผู้ขับขี่ด้วยการผสานคุณสมบัติและสมรรถนะของยางทางเรียบและยางออฟโรดเข้าด้วยกัน ยางรุ่นนี้มาพร้อมเทคโนโลยีที่ดีที่สุดสำหรับการขับขี่บนท้องถนนทั่วไปและเส้นทางออฟโรดเพื่อการใช้งานในทุกสภาพการขับขี่ สอดคล้องกับสโลแกน "ยางหนึ่งเดียว...พร้อมไปกับคุณทั้งทางเรียบทางลุย" (Whatever The Terrain, One Tyre Handles It.)

    นายเอกชัย คหการบำรุง ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจยางรถยนต์นั่งและรถปิคอัพ เปิดเผยว่า "ตลาดยางรถอเนกประสงค์ขับเคลื่อน 4 ล้อทั่วโลกมีอัตราการขยายตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา อัตราการขยายตัวดังกล่าวสูงกว่าตลาดยางรถยนต์นั่ง และมีแนวโน้มที่จะเป็นเช่นนี้ไปอย่างต่อเนื่องอีก 5 ปี กลุ่มเป้าหมายของยาง มิชลิน แอลทีเอ็กซ์ ฟอร์ซ คือผู้ขับขี่ที่ใช้ชีวิตประจำวัน หรือเดินทางท่องเที่ยวมีกิจกรรมที่อาจจำเป็นต้องขับขี่ทั้งบนถนนทั่วไปและเส้นทางออฟโรด จึงมองหายางซึ่งมีสมรรถนะที่ดีที่สุดสำหรับเส้นทางทั้งสองแบบ การเปิดตัวยาง มิชลิน แอลทีเอ็กซ์ ฟอร์ซ ไม่เพียงตอกย้ำความมุ่งมั่นของมิชลินในการพัฒนายางที่ผสานหลากหลายคุณสมบัติและสมรรถนะที่โดดเด่นเข้าไว้ในหนึ่งเดียวเพื่อตอบสนองความต้องการและความคาดหวังของลูกค้า แต่ยังเป็นการปรับตัวให้สอดคล้องกับตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้สามารถรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยางรถยนต์เอาไว้ได้"

    ยาง 'มิชลิน แอลทีเอ็กซ์ ฟอร์ซ' เหมาะสำหรับใช้งานในทุกสภาพการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นถนนลาดยาง ถนนคอนกรีต เส้นทางธรรมชาติ ถนนลูกรัง พื้นทราย และเส้นทางที่เป็นดินโคลนเปียกแฉะ โดยผสานคุณสมบัติของยางทางเรียบเข้ากับความแข็งแกร่งของยางออฟโรด คุณสมบัติเด่นของยางทางเรียบเกิดจากการใช้เทคโนโลยี CompacTread ซึ่งช่วยให้การขับขี่เป็นไปอย่างมั่นคงด้วยการเสริมแถบเนื้อยางระหว่างบล็อกดอกยางเพื่อเพิ่มพื้นที่หน้าสัมผัสระหว่างยางกับผิวถนน ส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการเบรกและเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้น เทคโนโลยี BevelTread การออกแบบขอบลายดอกยางแบบหลบมุม ช่วยตัดและกระจายความถี่ของเสียงรบกวน ส่งผลให้การขับขี่เงียบยิ่งขึ้น และเทคโนโลยี CushionGuard การออกแบบชั้นเนื้อยางใต้ฐานดอกยางให้มีความหนาเพิ่มขึ้นเพื่อช่วยดูดซับแรงสั่นสะเทือนและแรงกระแทกจากการขับขี่ ส่งผลให้มีความนุ่มสบายตลอดการขับขี่ ในขณะที่ความแข็งแกร่งแบบยางออฟโรดเกิดจากการออกแบบขอบดอกยางบริเวณแก้มยางแบบ Biting Edge ช่วยลดความเสียหายจากการบาดตำด้านข้างและเพิ่มแรงจิกตะกุย รวมทั้งการออกแบบร่องไหล่ยางแบบเปิดและลึก เพื่อเพิ่มสมรรถนะการยึดเกาะให้เป็นไปอย่างดีเยี่ยมเมื่อขับขี่บนเส้นทางออฟโรด

    [​IMG]

    "เทคโนโลยีเพื่อการขับขี่บนเส้นทางออฟโรดและสูตรเนื้อยางของยาง มิชลิน แอลทีเอ็กซ์ ฟอร์ซ ได้รับการถ่ายทอดมาจากเทคโนโลยียางที่ใช้ในการแข่งขันแรลลี่ชิงแชมป์โลก หรือ 'เวิลด์ แรลลี่ แชมเปี้ยนชิพ' รายการแข่งรถที่ทรหดที่สุดรายการหนึ่งของโลก ตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมิชลินในการนำเทคโนโลยียางรถจากสนามแข่งมาสู่การใช้งานบนท้องถนน ขณะเดียวกัน เทคโนโลยียางทางเรียบยังช่วยเสริมให้ยางรุ่นนี้มีสมรรถนะในการเบรกที่สั้นกว่า 0.8 เมตร และมีอายุใช้งานที่ยาวนานขึ้นถึงร้อยละ 22 มื่อเทียบกับยางรุ่นก่อน" นายเอกชัย กล่าว

    ยาง 'มิชลิน แอลทีเอ็กซ์ ฟอร์ซ' ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย รองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบอย่างคล่องตัวด้วยสมรรถนะในการยึดเกาะที่ดีเยี่ยมทั้งบนทางเรียบและเส้นทางออฟโรด ทั้งยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนานและทนทาน สามารถใช้งานขับขี่ได้เป็นระยะทางที่ไกลขึ้นและออกแบบให้มีรูปลักษณ์ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

    ยาง 'มิชลิน แอลทีเอ็กซ์ ฟอร์ซ' จะวางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 เป็นต้นไป ณ เครือข่ายศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร 'ไทร์พลัส' และร้านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของมิชลินทั่วประเทศ โดยมียางเส้นผ่าศูนย์กลาง 15 และ 18 นิ้วให้เลือกรวมทั้งสิ้น 10 ขนาด ครอบคลุมการใช้งานร่วมกับรถยนต์หลายรุ่น สนนราคาอยู่ระหว่าง 4,350 - 7,990 บาทต่อเส้น
     

ความคิดเห็น

การสนทนาใน 'New Product' เริ่มโดย News, 25 กรกฎาคม 2017

แบ่งปันหน้านี้