การใช้เกียร์อัตโนมัติ

การสนทนาใน 'Sunny Thailand' เริ่มโดย Rafaant, 22 เมษายน 2008

  1. Rafaant

    Rafaant New Member Member

    485
    417
    0
    ส่งท้ายวันนี้นะครับเพราะจากลับบ้านละ :D:p:D

    เกียร์อัตโนมัติที่ใช้งานกันอยู่ทั่วๆ ไปในปัจจุบันแบ่งออกตามโครงสร้างการควบคุมเป็น 2 แบบ คือ :

    1. ควบคุมการเปลี่ยนอัตราทดเกียร์ด้วยระบบกลไก (Mechanism) โดยใช้สายเคเบิ้ลต่อมายังคันเร่งเพื่อตรวจจับการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของคันเร่ง

    2. ควบคุมการเปลี่ยนอัตราทดเกียร์ด้วยระบบอิเลคทรอนิกส์ (Electronic) โดยรับข้อมูลจากเซ็นเซอร์ตามจุดต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์กับการส่งกำลังมาประมวลผลในคอนโทรลยูนิตแล้ว จึงส่งสัญญาณไปควบคุมการเปลี่ยนอัตราทดของเฟืองในชุดเกียร์
    O/D OFF SWITCH คือ สวิทช์เลือกใช้หรือไม่ใช้อัตราทดเกียร์สูงสุด (OVERDRIVE) หากต้องการเลือกใช้อัตราทดเกียร์สูงสุดให้สังเกตที่สัญญาณไฟ บนหน้าปัดดังนี้ :

    เมื่อกดสวิทช์ O/D OFF ให้ไฟสัญญาณ ติดสว่าง (สีส้ม) หมายถึง ขณะนี้เกียร์จะเปลี่ยนจากอัตราทดเกียร์ 1 ถึง เกียร์ 3 เท่านั้น

    เมื่อกดสวิทช์ O/D OFF ให้ไฟสัญญาณ บนหน้าปัดดับ หมายถึง ขณะนี้เกียร์จะเปลี่ยนจากอัตราทดเกียร์ 1 ถึง เกียร์ 4 (บางรุ่นเป็นเกียร์ 5) ซึ่งเป็นอัตราทดเกียร์สูงสุด (OVERDRIVE)
    LEVER POSITION คือ แผ่นตัวอักษรบอกตำแหน่งคันเกียร์

    RELEASE KNOB คือ ปุ่มปลดล็อคคันเกียร์ออกจากตำแหน่ง "P" ไปยังตำแหน่งอื่นๆ หลังจากดับเครื่องและดึงกุญแจออกแล้ว (เฉพาะรุ่นที่มีระบบ AUTO SHIFT LOCK CONTROL เท่านั้น)

    AUTO คือ ตำแหน่งที่เกียร์เปลี่ยนตามขั้นตอนโดยอัตโนมัติ และตามสภาวะที่เซ็นเซอร์ต่างๆ

    POWER หรือ SPORT คือ ตำแหน่งที่ต้องการอัตราเร่งสูง (ในรถบางรุ่นใช้ตัวอักษณ "S" บนสวิทช์แทน)

    SNOW คือ ตำแหน่งที่ต้องการออกรถอย่างนิ่มนวลหรือใช้ขับบนถนนลื่น (ในรถบางรุ่นใช้ "SNOW" หรือสัญญลักษณ์ " S " บนสวิทช์แทน

    HOLD (มีเฉพาะในรถรุ่น A31 เท่านั้น) คือ ตำแหน่งที่มีการเปลี่ยนอัตราทดคล้ายเกียร์ธรรมดา เหมาะกับการใช้ออกรถบนถนนลื่นเช่นกัน
    สิ่งที่ควรทราบก่อนการใช้เกียร์อัตโนมัติ
    1. สตาร์ทเครื่องยนต์ที่ตำแหน่ง "P" หรือ "N" หากอยู่ตำแหน่งอื่นจะไม่สามารถสตาร์ทได้ หากสตาร์ทที่ตำแหน่งอื่นๆได้ แสดงว่าเกิดความผิดปกติให้รีบนำรถเข้าตรวจสอบที่ศูนย์บริการทันที

    2. เหยียบเบรคทุกครั้งก่อนที่จะเลื่อนคันเกียร์จากตำแหน่ง "N" หรือ "P" ไปยังตำแหน่งขับเคลื่อนใดๆ

    3. ให้เครื่องยนต์อยู่ในรอบเดินเบาเสมอก่อนเลื่อนคันเกียร์จากตำแหน่ง "N" ไปยังตำแหน่งอื่นๆ

    4. ปลดเบรคมือและปล่อยคันเหยียบเบรครถจะเริ่มเคลื่อนที่ทันที

    5. การจอดรถ
    - จอดรถชั่วคราว เหยียบเบรคให้รถหยุดสนิทหลังจากนั้นเลื่อนคันเกียร์ไปยังตำแหน่ง "N" และดึงเบรคมือเพื่อป้องกันการเข้าเกียร์โดยไม่ได้ตั้งใจ
    - จอดรถบนทางลาดเอียง เหยียบเบรคให้รถหยุดสนิท เลื่อนคันเกียร์ไปตำแหน่ง "N" และดึงเบรคมือแล้วจึงปล่อยคันเหยียบเบรค ห้ามใช้เกียร์ตำแหน่งอื่นๆ บนทางลาดเอียงเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำมัน และชิ้นส่วนภายในเกียร์เกิดความร้อนสูงเกินไป
    - จอดรถเป็นเวลานาน เหยียบเบรคให้รถหยุดสนิทแล้วจึงเลื่อนคันเกียร์ไปยังตำแหน่ง "P" จากนั้นจึงดึงเบรคมือและปล่อยคันเหยียบเบรค
    การใช้เกียร์ในตำแหน่งต่างๆ
    - P (PARK)
    ใช้เกียร์ตำแหน่ง "P" เมื่อต้องการจอดรถหรือสตาร์ทเครื่องยนต์ โดยใช้ร่วมกับเบรคมือเสมอกรณีจอดรถบนทางลาดชันให้ดึงเบรคมือก่อนแล้วจึงเลื่อนตำแหน่งเกียร์ไปยัง "P"

    - R (REVERSE)
    ใช้เกียร์ตำแหน่ง "R" เมื่อต้องการถอยหลัง รถจะต้องหยุดนิ่งแล้วเท่านั้นจึงเลื่อนเข้าตำแหน่งนี้

    - N (NEUTRAL)
    ใช้เกียร์ตำแหน่ง "N" ไม่มีการส่งกำลังเดินหน้าหรือถอยหลังและสามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ อาจ ใช้ตำแหน่ง "N" สตาร์ทเครื่องยนต์ได้ในกรณีเครื่องยนต์ดับขณะกำลังเคลื่อนที่อยู่

    - D (DRIVE)
    ใช้เกียร์ตำแหน่ง "D" ในการขับแบบปกติ (เดินหน้า)

    - 2 (SECOND GEAR)
    ใช้เกียร์ตำแหน่ง "2" ในกรณีต้องการกำลังขับไต่ขึ้นหรือต้องการแรงหน่วงจากเครื่องยนต์ขณะขับรถลงเนินเขาที่ไม่ลาดชันมากนัก

    - 1 (LOW GEAR)
    ใช้เกียร์ตำแหน่ง "1" ในกรณีต้องการกำลังขับไต่ขึ้นหรือต้องการแรงหน่วงจากเครื่องยนต์ขณะขับลงเนินเขาสูงชันด้วยความเร็วต่ำ หรือถนนลื่นมีหิมะตกหนา, ทราย, โคลนลื่น
    การใช้ KICKDOWN
    ใช้ตำแหน่ง KICKDOWN เมื่อต้องการเร่งแซงด้วยความรวดเร็วหรือต้องการขับขึ้นทางลาดชันโดยการเหยียบคันเร่งให้สุด (คันเกียร์อยู่ในตำแหน่ง "D") อัตราทดจะเปลี่ยนจากเดิมลงหนึ่งหรือสองอัตราทดขึ้นอยู่กับความเร็วของรถขณะนั้น

    การใช้ OVERDRIVE SWITCH
    การใช้ OVERDRIVE SWITCH (O/D SW.) โดยปกติทั่วไปแล้วจะติดตั้งอยู่ที่คันเลือกตำแหน่งเกียร์ (คันเกียร์) ของรถที่ใช้ระบบส่งถ่ายกำลังแบบอัตโนมัติและจะมีสัญญาณไฟ OVERDRIVE OFF (O/D OFF) โชว์บนหน้าปัด
    การใช้ O/D SW. นี้จะใช้ได้เฉพาะเกียร์ตำแหน่ง D เท่านั้น ซึ่งผู้ขับขี่สามารถเลือกใช้ได้ 2 ตำแหน่งดังนี้คือ :
    1. O/D ON ไฟสัญญาณ บนหน้าปัดจะไม่ติดซึ่งเหมาะสมสำหรับการขับขี่ตามสภาพปกติ หรือความเร็วสูงเป็นเวลานาน ซึ่งจะเป็นการใช้เกียร์ในตำแหน่งสูงสุดของระบบเกียร์ อีกทั้งยังเป็นการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง

    2. O/D OFF ไฟสัญญาณ บนหน้าปัดจะติดสว่างเหมาะสำหรับการขับขึ้น-ลงทางลาดชัน ซึ่งต้องการแรงขับ และแรงหน่วงของเครื่องยนต์ หรือใช้ในขณะที่ต้องการอัตราการเร่งแซงขณะที่ขับขี่ด้วยความเร็วสูง ซึ่งเป็นการลดอัตราทดเกียร์ลงหนึ่งอัตราทด คล้ายกับการเปลี่ยนเกียร์ลงจากตำแหน่งเกียร์สูงสุด ในระบบส่งถ่ายกำลังหนึ่งเกียร์

    การใช้ O/D SW. ตำแหน่ง OFF นี้จะแตกต่างกับการใช้ KICKDOWN ของระบบเกียร์ เพราะการใช้ KICKDOWN คือการเหยียบหรือกดคันเร่งทันทีทันใดจนสุด จะทำให้อัตราทดเกียร์ลดลงโดยทันที 1 หรือ 2 อัตราทด ซึ่งจะขึ้นอยู่กับความเร็วของรถในขณะนั้นๆ ด้วย

    ที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเป็นการใช้งานเกียร์อัตโนมัติโดยปกติทั่วไป ซึ่งมีขั้นตอนการใช้งานเหมือนกันทั้งระบบควบคุมแบบกลไกและแบบอิเลคทรอนิกส์ เพียงแต่แบบอิเลคทรอนิกส์จะมีระบบการทำงานพิเศษ เพิ่มเติมไปจากแบบกลไกเล็กน้อยเพื่อเพิ่มสมรรถนะการขับในรูปแบบต่างๆ ดังจะกล่าวต่อไป
    การใช้งานใน MODE ต่างๆ
    AUTO MODE สำหรับการขับแบบปกติทั่วไป (เกียร์จะเปลี่ยนอัตราทดเองโดยอัตโนมัติ) โดยการกดปุ่ม MODE SWITCH ให้อยู่ในตำแหน่ง AUTO (ตำแหน่งกลาง) เราสามารถเลือกใช้ตำแหน่ง AUTO นี้ในการขับขี่แบบธรรมดาทางเรียบ และไม่ต้องการอัตราเร่ง ซึ่งเป็นการขับในสภาวะประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ถ้าต้องการเร่งเพื่อแซงหรือทำความเร็วเพิ่มขึ้นโดยเหยียบคันเร่งอย่างรวดเร็ว คอนโทรลยูนิตจะปรับรูปแบบให้เป็นการทำงานใน MODE POWER โดยอัตโนมัติ และสัญญาณไฟ บนหน้าปัดจะติดสว่างขึ้นและจะดับเมื่อความเร็วรถและรอบเครื่องยนต์สัมพันธ์กัน

    SNOW MODE สำหรับการขับบนถนนลื่นโดยการกด MODE SWITCH ไปยังตำแหน่ง SNOWสัญญาณไฟจะติดสว่าง ระบบอิเลคทรอนิกส์จะปรับรูปแบบการส่งกำลังให้เป็นแบบช้าๆ กล่าวคือ การขับเคลื่อนจะใช้รอบเครื่องยนต์ต่ำ (รถจะเริ่มเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ) ใน MODE นี้จะให้ความรู้สึกในการขับอย่างนิ่มนวล
    POWER MODE (SPORT) สำหรับการขับที่ต้องการอัตราเร่งในลักษณะเหมือนรถ SPORT หรือในสภาวะที่ต้องขับรถขึ้นทางลาดเอียงเป็นระยะทางไกลๆ โดยการกด MODE SWITCH ไปยังตำแหน่ง POWER (SPORT) สัญญาณไฟ บนหน้าปัดจะติดสว่าง ระบบอิเลคทรอนิกส์จะปรับรูปแบบการส่งกำลังเป็นแบบ SPORT กล่าวคือ ช่วงเวลาในการเปลี่ยนจากอัตราทดหนึ่งไปยังอีกอัตราทดหนึ่ง จะใช้เวลานานกว่าและใช้รอบเครื่องยนต์สูงกว่าปกติเพื่อให้ได้แรงบิดและกำลังสูงสุด ซึ่งสามารถใช้การทำงานใน MODE นี้เพื่อการแซงหรือไต่ทางลาดได้ดี

    HOLD MODE สำหรับการขับที่ต้องการเปลี่ยนอัตราทดเกียร์คล้ายกับเกียร์ธรรมดาโดยกด MODE SWITCH ไปยังตำแหน่ง HOLD ไฟสัญญาณ บนหน้าปัดจะติดสว่าง ระบบอิเลคทรอนิกส์จะปรับรูปแบบการส่งกำลังให้อัตราทดเป็นไปตามตำแหน่งของคันเกียร์และปุ่มสวิทช์โอเวอร์ไดร์ฟ กล่าวคือ ถ้าเลื่อนคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง "D" และปุ่มสวิทช์โอเวอร์ไดร์ฟอยู่ในตำแหน่ง "ON" อัตราทดเกียร์จะเป็นอัตราทดที่เกียร์สูงสุด (อัตราทดเกียร์ 4) หรืออัตราทดจะลดลงมา 1 อัตรา เมื่อปุ่มสวิทช์โอเวอร์ไดร์ฟอยู่ในตำแหน่ง "OFF" และเกียร์จะเปลี่ยนอัตราทดไป-มา ระหว่างอัตราทดที่ 2 และอัตราทดที่ 3 เมื่อรถเริ่มออกตัวหรือเร่งความเร็วในขณะที่มีความเร็วต่ำ แต่ถ้าเลื่อนคันเกียร์มาอยู่ที่ตำแหน่ง "2" อัตราทดเกียร์จะล็อคอัตราทดอยู่ที่ 2 ( หมายเหตุ : HOLD MODE มีติดตั้งเฉพาะในรถรุ่น A31 เท่านั้น )
    ระบบ FAIL-SAFE (ระบบการทำงานสำรองเมื่อเกิดอาการผิดปกติ) เมื่อเกิดอาการผิดปกติของเกียร์ ระบบ FAIL-SAFE จะทำงานโดยบันทึกข้อมูลที่ตรวจพบไว้ในหน่วความจำ โดยในการใช้งานครั้งต่อไปหลังจากบิดสวิทช์กุญแจไปยังตำแหน่ง "ON" สัญญาณ หรือ บนหน้าปัดจะติดสว่างอยู่ 2 วินาที และจะกระพริบต่อเนื่องนานประมาณ 8 วินาที ในขณะเดียวกันรถยังสามารถขับได้ในสภาวะที่กำหนดโดยเกียร์จะถูกล็อคอัตราทดให้คงอยู่ที่ตำแหน่งเกียร์ 3

    ระบบ FAIL-SAFE อาจทำงานขึ้นได้โดยการบันทึกข้อมูลการใช้งานในสภาวะสุดท้าย เช่น การขับที่ทำให้ล้อหมุนฟรีหรือมีการเบรคอย่างรุนแรง จากลักษณะดังกล่าวถ้าอุปกรณ์ต่างๆ สมบูรณ์ไม่พบสิ่งผิดปกติให้บิดสวิทช์กุญแจไปตำแหน่ง "OFF" รอ 3 วินาทีแล้วจึงบิดกลับไปตำแหน่ง "ON" สัญญาณต่างๆ ที่เกิดขึ้นควรกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ถ้าไม่เป็นดังกล่าวให้รีบนำรถเข้าตรวจสอบที่ศูนย์บริการโดยเร็ว
    ข้อควรระวังในการใช้งาน :
    1. ขณะที่เครื่องยนต์อุณหภูมิต่ำ ความเร็วรอบจะสูงกว่าปกติ จึงควรระวังในการเข้าเกียร์เดินหน้าหรือถอยหลัง อาจเกิดการกระตุก ดังนั้นจึงควรอุ่นเครื่องยนต์ให้ถึงอุณหภูมิทำงานก่อน

    2. หลีกเลี่ยงการเร่งเครื่องยนต์ในขณะที่รถจอดอยู่กับที่ เพราะอาจทำให้รถเคลื่อนที่เองได้

    3. อย่าเลื่อนคันเกียร์เข้าตำแหน่ง P หรือ R ในขณะที่รถยังเคลื่อนที่อยู่

    4. ตรวจสอบตำแหน่งเกียร์ที่ต้องการจะใช้ให้แน่ใจว่าอยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ เช่น D, 2, 1 จะเป็นเกียร์เดินหน้า R จะเป็นเกียร์ถอยหลัง จากนั้นปลดเบรคมือและปล่อยคันเหยียบเบรคมาเหยียบคันเร่งให้ รถเคลื่อนที่ (ควรหลีกเลี่ยงการออกรถด้วยความรุนแรงหรือล้อหมุนฟรีอยู่กับที่)

    มะรู้จิงอะปะพอดีปายเจอมาเพื่อจาเป็นประโยชน์กับพี่น้องนะคราบบบบ
     
    โบตั๋นน้อย ถูกใจสิ่งนี้
  2. wutpioneer

    wutpioneer New Member Member

    172
    33
    0
    :teeth:ขอบคุณคับสำหรับความรู้ใหม่ๆๆ
     
  3. BOAM...B12

    BOAM...B12 New Member Moderator

    5,058
    775
    0
    ขอบคุณครับ;)
     
    โบตั๋นน้อย ถูกใจสิ่งนี้
  4. xxart

    xxart New Member Member

    3,204
    193
    0
    thanks you
     
    โบตั๋นน้อย ถูกใจสิ่งนี้
  5. jojo9

    jojo9 New Member Member

    3,938
    658
    0
    ขอบคุณคร๊าบบบ...
     
    โบตั๋นน้อย ถูกใจสิ่งนี้
  6. โบตั๋น

    โบตั๋น Well-Known Member Member

    4,833
    814
    113
    แหล่มมากครับป๋ม
     
    jojo9 และ โบตั๋นน้อย ถูกใจสิ่งนี้
  7. โบตั๋นน้อย

    โบตั๋นน้อย New Member Member

    3,589
    411
    0
    ดีครับ สำหรับชาวเกียร์ออโต้คร๊าบ :D:D:D
     
    jojo9 ถูกใจสิ่งนี้

แบ่งปันหน้านี้